โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า พบผู้ใหญ่ป่วยมากขึ้น

ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยจากโรคอุจจาระร่วงประมาณ 1 ล้านคน ใกล้เคียงกันทุกๆ ปี โดยพบว่าจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นในช่วงปลายปีจนถึงต้นปี 2561 นี้ และจากการสุ่มตรวจพบว่ามีผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและที่ปรึกษากรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญ

เพื่อทบทวนมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า ซึ่งโดยปกติพบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี แต่ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมานี้ พบว่ามีรายงานในผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจติดเชื้อจากการดูแลเด็กที่ป่วย หรือติดจากการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยเชื้อไวรัสโรต้ามักจะพบมากในช่วงฤดูหนาวทั้งนี้ ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยจากโรคอุจจาระร่วงประมาณ 1 ล้านคน ใกล้เคียงกันทุกๆ ปี โดยพบว่าจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นในช่วงปลายปีจนถึงต้นปี 2561 นี้ และจากการสุ่มตรวจพบว่ามีผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ และพบมากในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคจะมีการเฝ้าระวังและสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป ซึ่งมาตรการที่จะเน้นในการป้องกันและควบคุม ได้แก่ 1) การสื่อสารให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความตระหนัก 2) การดำเนินการควบคุมในพื้นที่ที่มีการระบาด 3) การวางระบบเฝ้าระวังอุบัติการณ์โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้าอย่างต่อเนื่อง 4) การควบคุม มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม และ 5) การควบคุมมาตรฐานคลอรีนในน้ำประปา ส่วนวัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า นั้น มีข้อบ่งใช้เฉพาะในเด็กเล็ก โดยให้ครั้งแรกในเด็กอายุไม่เกิน 16 สัปดาห์ หยอดเข้าทางปาก จำนวน 2 หรือ 3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน ซึ่งวัคซีนสามารถลดการป่วยและความรุนแรงของโรคได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อนำวัคซีนนี้เข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศต่อไป ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีให้บริการในโรงพยาบาลรัฐทั่วไป แต่มีให้บริการแบบมีค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาลของรัฐบางแห่ง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth